วันศุกร์, 1 พฤษภาคม 2569
/home2/cp449816/public_html/khaothai.info/wp-content/themes/smartvariety_1.0.7/template-parts/search-form-xs.php on line 7
" placeholder="ค้นหา">

สุพรรณบุรี บูรณาการให้ความรู้การใช้จุลินทรีย์หมักฟางแก่เกษตรกรช่วยลดการเผา

จากสถานการณ์ การเผาตอซังข้าวและฟางข้าวในนาทั้งกลางทุ่งนาและพื้นที่ริมถนน ทำให้พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทุกอำเภอเต็มไปด้วยหมอกควันไฟ ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี นายสรรชัย สมแก้ว หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี นางอรอนงค์ สว่างศรี เกษตรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ติดตามให้ความรู้วิธีการใช้จุลินทรีย์ สารชีวภาพ เกษตรกร ที่ทำนา หลังจากได้สนับสนุนน้ำหมักจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวให้กับเกษตรกร นำไปย่อยสลายตอซังข้าวในพื้นที่ของตนเอง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

นายวสันต์ จี้ปูคำ เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่าตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รณรงค์ให้เกษตรกรลดการเผาเศษวัสดุการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดก็ได้ดำเนินการ ทำจุดกระจายการทำน้ำหมักชีวภาพเป็นการส่งเสริมการทำสารย่อยสลายฟางเพื่อให้เกษตรกรได้นำไปใช้ในไร่นาของตัวเอง ซึ่งได้ดำเนินการทั้งหมด 10 จุด 10 อำเภอ ของจังหวัดสุพรรณบุรี และเขตพื้นที่ลุ่มต่ำ ของอำเภอบางปลาม้า สองพี่น้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี บางส่วน และอำเภออู่ทอง ได้กระจายไปตามศูนย์จัดการดินและปุ๋ยชุมชน ให้ช่วยกระจายน้ำหมักสนับสนุนให้กับพี่น้องเกษตรกร ฟรี
สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ลงพื้นที่ติดตามขยายผลของเกษตรกร ที่นำสารย่อยสลายฟางไปใช้ ซึ่งวิธีการง่ายเพราะทำหัวเชื้อให้เกษตรกร นำไปปล่อยกับน้ำที่เกษตรกรสูบเข้านา เพื่อทำให้ฟางเปียก ซึ่งจะสามารถย่อยสลายได้ภายใน 7-10 วัน เป็นการช่วยลดระยะเวลาให้กับเกษตรกร ประโยชน์ของการใช้น้ำหมักย่อยสลายฟาง จะช่วยลดต้นทุนในเรื่องของการใช้ปุ๋ย เนื่องจากคาดว่าปุ๋ยเคมีจะมีราคาสูง ถ้าลดการเผาเพิ่มสารชีวภาพในดินก็จะทำให้ดินมีคุณภาพมากขึ้น จะทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลง เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตปีนี้ จะนำร่องปีหน้าจะขยายผลให้เกษตรกรนำไปใช้ในพื้นที่ที่มากขึ้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรให้ลดการเผา ซึ่งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดมลพิษกับประชาชนทั่วไป หันมาใช้เศษวัสดุการเกษตรมาทำปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนการผลิตเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรที่ยั่งยืน
ขณะเดียวกัน พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ (รอง ผอ.รมน.จังหวัด )รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำกำลังลงพื้นที่หมู่ 12 ตำบลโคกคราม อำเภอบางปลาม้า ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางปลาม้า นายกเทศมนตรีตำบลต้นคราม ผู้นำหมู่บ้าน และ นางพีรดา ปฏิทัศน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิราษฎร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลมีเกษตรกรที่ทำนาให้ความสนใจเข้าร่วมประมาณ 30 ราย
พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ (รอง ผอ.รมน.จังหวัด ) กล่าวว่าได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การเผาตอซังข้าวและฟางข้าวในนา ซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่อยู่ในขณะนี้ จากการลงพื้นที่สอบถามเกษตรกรหลายรายให้ข้อมูลว่าเมื่อก่อนเคยเผาเพราะต้องรีบทำก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูน้ำท่วม พื้นที่บริเวณนี้ทำนาปีละ 2 ครั้ง จากการสอบถามเกษตรกรส่วนมากที่มาต่างให้ความร่วมมือรับปากจะไม่เผาเพราะการหมักตอซังฟางข้าวสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึง 30-40 % วันนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี และ นางพีรดา ปฏิทัศน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิราษฎร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ได้มาร่วมบรรยายให้ความรู้และนำน้ำหมักมาร่วมมอบให้เกษตรกรไปใช้ด้วย
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่แปลงนาของ ลุงเฉลา นิลวรรณ อายุ 65 ปี เกษตรกรบ้านโพธิ์ศรี ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า เกษตรกรตัวอย่างเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ประธานนาแปลงใหญ่ ประธานวิสาหกิจชุมชน ประธานศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชน และทำโคกหนองนา โมเดล เป็นเกษตรกรที่ทำนาไม่เผาฟาง ด้านลุงเฉลา เล่าว่าได้ทำนา 50 ไร่ เหตุผลที่ไม่เผาฟางเพราะประโยชน์ที่ได้รับคือ 1 เติมอินทรียวัตถุให้กับดิน 2 ฟาง ที่หน่วยราชการบอกว่าเป็นปุ๋ยรองพื้นที่ดีมีประโยชน์ ถึงแม้จะใช้ปุ๋ยเคมีแต่ก็ใช้น้อยไม่เยอะแบบเผา ลดต้นทุนในการใส่ปุ๋ย ตอนนี้รัฐบาลให้เกษตรกรทำข้าวคาร์บอนต่ำ เปียกสลับแห้ง ซึ่งได้โอกาสเพราะนา ก็ทำเปียกสลับแห้งอยู่แล้วก็ทำได้เลย
ส่วนเรื่องการทำนาแบบไม่เผานั้น เคยชวนคนอื่นแล้วเขาไม่ทำร่วมกับเราก็ถือว่าเราต้องมองตัวเราไว้ก่อน เพราะการไม่เผามันมีประโยชน์ ปลอดมลพิษในอากาศลด ถ้าในแปลงเราไม่เผาก็ไม่มีพีเอ็ม 2.5 ได้ ส่งผลถึงเวลาเราได้รับการยอมรับจากส่วนราชการและทุกภาคส่วน ว่าเราทำนาไม่เผาฟางทำได้อย่างไร ยกตัวอย่างที่นายชัยพร พรหมพันธ์ เกษตรกรเงินล้าน ปราชญ์ชาวบ้าน ที่ทำนาไม่เผาฟาง ทำไมเขาทำได้ เขาผลิตอุปกรณ์เครื่องมือเอง วิธีแก้ปัญหาเองทำไมเขาทำได้
แต่พอเกษตรกรส่วนมากไปดูต่างก็บอกว่าทำไม่ได้ ตนว่าไม่ใช่เพราะคนที่บอกทำไม่ได้ นั้นยังไม่ได้ลงมือทำ เห็นเกษตรกรหลายรายออกมาพูดว่าไม่ให้เผาจะให้ทำยังไง จะให้รัฐบาลช่วยโน่นนี่นั่น ทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย ตัวอย่างการเผาในพื้นที่สุพรรณบุรี ปีนี้ก็มีให้เห็นเมื่อเร็วๆนี้มีการเผานาแล้วลามเข้าไหม้ร้านเฟอร์นิเจอร์ ที่อำเภอศรีประจันต์ เสียหายหลายล้านบาท และที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็เผานาลุกลามไปไหม้โรงงาน
ทุกวันนี้ตนในฐานะประธานนาแปลงใหญ่ได้ทำให้เกษตรกร สมาชิกกลุ่มได้ดูเพื่อนำไปทำ ซึ่งถ้าคิดจะทำตนเชื่อว่าทำได้แน่นอน สำคัญไม่ค่อยมีคนทำมีเพียงส่วนน้อยที่ทำ จึงอยากฝากไว้ว่าต้องลงมือทำ ถึงจะสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ลุงเฉลา กำลังฉีดน้ำหมักใส่นา แล้วใช้รถไถ ตีย่ำ เพื่อหมักฟางข้าว และทดทองปั่นนาให้ดู ซึ่งก็สามารถทำได้ แต่ที่กลางทุ่งนาห่างกันประมาณ 500 เมตร กลับมีเกษตรกร จุดไฟเผาฟางข้าวทำให้มีกลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เข้าไปในหมู่บ้านเป็นวงกว้าง อย่างไม่เกรงกลัวประกาศห้ามเผา ของผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี

มงคล สว่างศรี/ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี