วันพฤหัสบดี, 28 พฤษภาคม 2569
/home2/cp449816/public_html/khaothai.info/wp-content/themes/smartvariety_1.0.7/template-parts/search-form-xs.php on line 7
" placeholder="ค้นหา">

สระบุรี-ชาวบ้านหลายตำบลเดือดร้อนร้องน้ำในคลองลำรางเน่า ส่งกลิ่นเหม็น สีดำ ควายกินเข้าไปล้มตาย

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน และสื่อโซเชียลว่า ประชาชนที่พักอาศัยบริเวณริมคลองห้วยคลองหนองน้ำเขียว และคลองห้วยเกตุ ตำบลปากข้าวสาร ตำบลกุดนกเปล้า และตำบลหนองปลาไหลว่าได้รับความเดือดร้อนจากสภาพน้ำในคลองดังกล่าว มีสีขุ่นดำ และมีกลิ่นเหม็น ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมากว่า ซึ่งเมื่อประมาณวันที่ 20-21 พฤษภาคม ที่ผ่านมาช่วงที่ฝนตกหนักทั่วทั้งจังหวัด ว่าน้ำในบริเวณช่วงวัดทุ่งสาลิกา ห้วยตรงบายพาสพระพุทธฉาย และคลองห้วยเกตุ คลองห้วยตะเข้ (ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบ)มีสีขุ่นดำมาก เป็นฟอง ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล ไปทั่งพื้นที่ เพราะสิ่งที่เห็นมันเกินคำบรรยาย มันไม่ใช่ธรรมชาติ แต่มันดำ และมีกลิ่นเหม็นมาก ซึ่งน้ำในลำลางนี้ จะต้องไหลลงสู่ อ่างเก็บน้ำคลองเพรียว และลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบกับระบบนิเวศน์ ส่งผลให้ปลาในกระชังในแม่น้ำป่าสักต้องตาย เนื่องจากขาดออกซิเจน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นทุกๆปีในช่วงหน้าฝนหลงจากที่ฝนตกหนักในช่วงต้นฤดู ซึ่งน้ำดำแบบนี้ไม่ได้ไหลมาตลอด แต่จะไหลมาเป็นช่วงๆ ส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ต.หนองปลาไหล ต.กุดนกเปล้า ต.ปากข้าวสาร หลายร้อยหลังคาเรือน ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งน้ำในคลองลำรางน้ำมีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร


ด้านนายต้องตระการ กุลผา ชาวบ้านม.2 ต.กุดนกเปล้า เล่าว่า น้ำในคลองนี้ไหลมาจากทางหนองน้ำเขียว และผ่าน ม.6 หนองจอก ไหลเข้าคลองห้วยเกตุ ซึ่งตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำไหลมาจากไหน ซึ่งจะมีช่วงหน้าฝนที่มีน้ำสีดำขุ่นไหลมาตลอด มีมาหลายสิบปีแล้วแต่เมื่อก่อนน้ำจะไม่มีกลิ่น และสีดำขนาดนี้ แต่มาระยะหลังนี้น้ำมีกลิ่น ปล่อยออกมาตลอด ช่วงถ้ามีฝนตกก็จะมีน้ำไหลมาทันที


ด้านนายสมนึก แก้วรักษ์ ชาวบ้านม.5 เล่าว่า น้ำไหลมาจากทางห้วยพลวง ซึ่งจะเป็นสีดำขุ่น และมีกลิ่น เฉพาะหน้าฝนของทุกปี ยิ่งถ้าฝนตกใหม่ๆ กลิ่นจะเหมือนกลิ่นแก็ส ชาวบ้านต้องอยู่แบบทุกทรมาน ซึ่งชาวบ้านเขาไม่ได้แก่ตาย แต่จะต้องตายเพราะสารพิษ ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูเรื่องน้ำช่วยเหลือชาวบ้านหน่อย ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งเป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว พอหน้าฝนก็จะเป็นแบบนี้ซ้ำซากอยู่เรื่อยไป ซึ่งชาวบ้านไม่กล้าเอาน้ำไปใช้ ขนาด “ควายกินเข้าไปยังตาย”เมื่อปีที่ผ่านมา ชาวบ้านยังต้องขายควายหนี
ขณะเดียวกันทางจังหวัดสระบุรีได้จัดให้มีหลายหน่วยงานเข้ามาประชุม หาแนวทางในการแก้ไขแรกก็ คือการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลที่มีน้ำเน่าเสียผ่าน ให้ประชาชนได้รับทราบแล้วก็ต้องหลีกเลี่ยงการใช้น้ำไปก่อน เรื่องที่สอง ทั้ง 3 ตำบล ต้องลงไปหาสาเหตุของน้ำเน่าเสีย ว่าเกิดจากสถานประกอบการในพื้นที่มีการปล่อยน้ำเน่าเสียไหม หรือน้ำเน่าเสียมาจากที่อื่น หรือสาเหตุอื่น อันนี้ต้องให้ชัดเจน และต้องพิสูจน์ให้ได้ ส่วนประเด็นที่ 3 ก็คือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจสอบสภาพน้ำ


ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็จะดำเนินการนำสารปรับสภาพน้ำไปดำเนินการในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบล ส่วนต่อไปต้องวางแผนการแก้ไขปัญหาว่า ในแต่ละเดือนจะต้องทำอะไร เพราะปีที่ผ่านมาในพื้นที่ทราบอยู่แล้วว่ามันเกิดน้ำเน่าเสียในช่วงระยะเวลาที่น้ำฝนลง เพราะฉะนั้นจะต้องมีแผนในการแก้ปัญหาที่ชัดเจน


ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สคพ.7 สระบุรี) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง และพบความผิดปกติของสีน้ำบริเวณคลองเกด คลองหนองน้ำเขียว และห้วยตะเข้ จึงเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อนำไปตรวจสอบแล้ว และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาร่วมกับจังหวัดสระบุรี พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายถึงที่สุด หากพบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


ด้านนายตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เผยว่า ซึ่งลักษณะที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นจากลำรางน้ำ 2 สาย คือน้ำไหลจากคอลหนองน้ำเขียว ไหลมารวมกับคลองห้วยเกตุ ซึ่งไหลมารวมกันตรงจุดบ่อลุงคำ จากนั้นไหล รวมกันจนมาถึงทุ่งสาลิกา และมารวมที่ฝายห้วยตะเข้ ข้างโรงเรียนสวนกุหลาบ ซึ่งการจัดการของทางอุตสาหกรรม คือการจัดการจุดแรกตรงบ่อลุงคำ คือการทำให้บ่อตรงนี้มีลักษณะตื้นเขินขึ้นเนื่องจากบ่อตรงนี้เป็นจุดดักของตะกอน โดยการถมบ่อให้ตื้นลง ซึ่งระหว่างที่น้ำ 2 สายไหลมารวมกันทางเราได้สร้างฝายธรรมชาติ โยใช้หินเขื่อนทำเป็นลักษณะฝาย ซึ่งจะต้องทำเป็น 4 จุด เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นอีก และจะได้จัดการได้ง่ายขึ้น และเป็นการชะลอน้ำ ซึ่งน้ำที่พบทางแลปได้นำไปตรวจนั้น ในเบื้องต้นน้ำที่เป็นสีดำเกิดจากแร่ธาตุแมงกานิส เกิดจากการสะสมของตะกอน เศษไม้ เศษซากสัตว์ ซึ่งค่า ดีโอดี และค่าดีโอ ก็อยู่ในระดับปกติ แต่ถ้าปล่อยให้น้ำขังในระยะเวลานานๆคุณภาพของน้ำก็จะแย่ลง สาเหตุที่เดน้ำเน่าเสียนั้นเกิดจากว่า ฝนที่ตกลงมาเป็นฝนแรก และทำให้ตะกอนฟุ้งขึ้นมา และช่วงนี้ฝนหยุดตกน้ำก็เริ่มนิ่งแล้วไม่มีการไหล ก็จะทำให้เหมือนกับว่าชะน้ำตะกอนมาสะสมกันเยอะๆ และทิ้งระยะเวลาไว้น้ำก็จะเริ่มมีกลิ่นเน่าเสีย ซึ่งแนวทางในการแก้ไขนั้นทางในแง่ของวิทยาศาสตร์นั้นจะใช้ สารบำบัดน้ำแต่ทั้งนี้น้ำมีการเติมอ๊อกซิเจน

หรือมีการเคลื่อนไหว เขาจะบำบัดด้วยตัวเขาเอง ก็จะทำให้คุณภาพของเขาดีขึ้นมาเองได้ อีกแนวทางหนึ่งคือถ้าเร่งด่วน ก็จะมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำใช้สาร อีเอ็ม ที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมฉีดลงไปทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น และการใช้น้ำดีเข้าไปช่วยทำให้น้ำมีอ๊อกซิเจนมากยิ่งขึ้นจะทำให้น้ำกลับมามีคุณภาพเหมือนเดิม

ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ จังหวัดสระบุรี