
วันนี้ 29 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด ได้แก่ หมู่ที่ 1 ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท, หมู่ที่ 4 ต.เสือโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท รวมถึงพื้นที่ ต.หัวหวาย และ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ กว่า 200 ครัวเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากกองทัพแมลงวันจำนวนมหาศาลที่บินบุกเข้ามาภายในบ้านเรือน จนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ประกอบกับยังมีกลิ่นเหม็นฉุนจมูกจากมูลไก่และเสียงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่จากโรงเรือนรบกวนตลอดทั้งคืน โดยชาวบ้านระบุว่าต้นเหตุมาจากฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อของผู้ประกอบการ 4 ราย ที่เข้ามาสร้างโรงเรือนระบบปิดจำนวน 17 โรงเรือน ความจุไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัวต่อโรงเรือน และกำลังมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 17 โรงเรือน ชาวบ้านหวั่นใจจะอยู่กันไม่ได้จึงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพิจารณายุติการก่อสร้างและเร่งเข้ามาช่วยเหลือด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่เรื่องก็เงียบหาย และยังได้รับผลจากฝูงแมลงวันอยู่

โดย นางรัตนา ด้วงจิ๋ว อายุ 62 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท กล่าวว่า ทางฟาร์มเอากระดาษกาวดักแมลงวันมาแจกให้ใช้ดัก แต่มันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อยากให้ฟาร์มทำอย่างไรก็ได้อย่าให้พวกเราต้องเดือดร้อนและอยู่กันไม่มีความสุข ตอนนี้แม้กระทั่งวัวที่เลี้ยงไว้ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย แมลงวันรุมตอมตาวัวจนน้ำตาร่วงไหล ไม่ยอมกินหญ้า และจ้องแต่จะเดินเข้าคอกอย่างเดียว ตอนนี้กลัวเรื่องโรคติดต่อและโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงมาก
ขณะที่ทาง นายนิธินันท์ คีรีเมฆ อายุ 40 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ กล่าวว่า ตอนนี้ในหมู่บ้านเดือดร้อนมาก แมลงวันบุกเข้ามาในบ้านจนใช้ชีวิตไม่ปกติ นอนเล่นไม่ได้ กินข้าวต้องกางมุ้งกิน แถมมีกลิ่นเหม็นและเสียงพัดลมโรงเรือนรบกวนตลอดคืน แม้ฟาร์มจะตั้งอยู่ ม.4 ต.เสือโฮก แต่เราอยู่เขตติดต่อกันก็โดนนับ 100 ครัวเรือน ที่ผ่านมาฟาร์มเอาแผ่นกาวมาแจกซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ พวกเราอยู่กันมาก่อนที่จะมีฟาร์มไก่และไม่เคยเจอแบบนี้

ปีที่แล้วเคยร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เรื่องถูกส่งมาที่เทศบาลตำบลเสือโฮก แต่นายกฯ มาตรวจแล้วกลับรายงานส่งทางจังหวัดว่าไม่พบแมลงวัน สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงวันภายในฟาร์มก่อนจะเปิดเล้าไก่ ให้มันตายอยู่ข้างใน ไม่ใช่บินออกมารบกวนข้างนอกแบบนี้
และ นางบุญยืน ดาอ่อน อายุ 65 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเสือโฮก อ.เมืองชัยนาท กล่าวว่า เดือดร้อนหนักมาก ทั้งกลิ่นขี้ไก่ ทั้งเสียงพัดลมยักษ์ ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้รับผลกระทบหนักหน่วงมา 2 ปีเต็มๆ แล้ว จากที่เมื่อก่อนพออยู่ได้แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ปีที่แล้วเคยไปร้องทุกข์กับผู้ว่าฯ ตอนมาออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ที่วัดหนองกระทุ่ม ถึงขั้นเดินไปจับแขนผู้ว่าฯ คุยเลย ท่านก็ถามว่าเดือดร้อนอะไร พอบอกว่าเรื่องฟาร์มไก่ ท่านก็มอบให้นายอำเภอดำเนินการ นำเรื่องเข้าศูนย์ดำรงธรรม

หลังจากนั้นหน่วยงานก็มาร่วมประชุมกัน ทั้งปศุสัตว์ สาธารณสุข และทางอำเภอ แต่มากันกี่รอบๆ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาเลย ฟาร์มไก่เอาแผ่นกาวมาแจกแล้วก็พ่นยา ซึ่งไม่รู้ว่าพ่นไล่หรือพ่นให้มันมาเพิ่ม ยิ่งช่วงนี้ฝนตกเข้าใจได้ แต่มันเยอะเกินไปจนอยู่กันแทบไม่ได้แล้ว ถ้าสามารถนำมาคั่วกินได้เหมือนแมลงเม่าก็คงไม่เดือดร้อนแบบนี้
จากเสียงสะท้อนทั้งหมด ชาวบ้านจึงวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบสุขาภิบาลของฟาร์มไก่ดังกล่าว และบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคืนความร่มเย็นและสุขภาวะที่ดีให้กับชุมชนโดยเร็วที่สุด
วรชล ฟักขาว ภาพ/ข่าว
