
วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายจักรพงศ์ เจียมสันเทียะ ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกสุวรรณ หมู่ 1 ตำบลมาบกราด อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เดินทางเข้าไปแจ้งความต่อ ร้อยตำรวจเอกคมกฤษ เพียมะลัง พนักงานสอบสวน สภ.พระทองคำ นครราชสีมา กล่าวหา ผู้รับเหมาแอบตัดแท็งก์น้ำประปาหมู่บ้านจำนวน 2 แห่ง คือ หมู่1 และหมู่ 3 เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 22 มีนาคม 2569
สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านเข้าใจว่าแท็งก์น้ำดังกล่าวเป็นทรัพย์สินสาธารณะของหมู่บ้าน ไม่สามารถนำไปตัดขายได้ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นทรัพย์สินที่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้หรือไม่ และเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นต่อไป
ทางด้านผู้สื่อข่าว ได้เดินทางมายังบ้านบัลลังก์ซึ่งเป็นร้านรับซื้อวัสดุของเก่ารีไซเคิล แต่ไม่พบตัวจึงได้พูดคุยกับ เจ้าของร้านนับซื้อของเก่าทางโทรศัพท์ โดยทางเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าได้โทรศัพท์พูดคุบเจรจากับ นายกฯอบต.ท่านหนึ่งในพื้นที่อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับจ้างเจรจาขอซื้อถังน้ำประปาเก่า จำนวน2ถัง สองหมู่บ้าน โดยได้ตกลงราคากัน ในราคาถังละ 7 พันบาท จำนวน 2 ถัง รวมเป็นเงิน 14,000 บาท หลังจากนั้น เมื่อวันอาทิตย์ 22 มีนาคม 2569 ทางตนจึงได้นำทีมงาน มาทำการตัดแท็งก์ประปาดังกล่าว ที่ได้ตกลงกับนายกฯอบต.กังกล่าว เพื่อนำกลับไปชั่งกิโล ที่ร้านเพื่อประเมินราคาว่าคุ้มกับราคาตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่”
เจ้าของร้านรับซื้อของเก่ากล่าวต่อไปว่า “ตนได้ทราบข่าวว่า ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความดำเนินคดีกับตน ในข้อหาลักทรัพย์ของทางราชการ เมื่อทราบข่าวจึงนำแท็งก์น้ำดักล่าว ที่ตัดไว้ มาเก็บณ สถานที่เดิม ทั้งสองแห่ง และมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้การข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน ต่อไป”
ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในอำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวกับผู้สื่อข่าว จากกรณีที่ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมชาวบ้านไปแจ้งความดำเนินคดีกับตน ในข้อหาร่วมกับผู้รับเหมาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือนำทรัพย์สินของทางราชการไปขาย คือแทงก์น้ำประปาหมู่บ้าน 21 แห่งดังกล่าว เรื่องนี้ตนขอชี้แจงว่า สมัยตนดำรงตำแหน่งกำนันตำบลแห่งหนึ่งได้เคยพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน และกรรมการหมู่บ้านว่าต้องการนำแท้งก์ประปาของหมู่ 1 ที่กรมทรัพยากรน้ำ ที่ชำรุดเสียหายแล้วใช้การไม่ได้ รื้อถอนนำไปขายหรือจำหน่าย เมื่อหลายปีก่อนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีผู้รับเหมาหรือประมูลแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อตนเองมาดำรงตำแหน่งนายกอบต จึงได้มีการพูดคุยกับกรรมการประปาหมู่บ้านหมู่ที่ 1 เพื่อนำแท็งก์น้ำดังกล่าว หาคนมาประมูลขายเพื่อนำเงินที่ได้จากการขาย ท่ปรับปรุงซ่อมแซมของระบบประปาหมู่บ้านหมู่ 1
ต่อมาได้มีผู้รับเหมารายหนึ่ง มีความสนใจที่จะซื้อแทงก์น้ำประปาดังกล่าวได้โทร.ประสานกับตนเองว่าจะขอซื้อแทงก์น้ำประปาในราคาแทงก์ละ 7 พันบาท ตนเองได้เจราจาและตกลง และขอเพิ่มราคาขึ้นอีก ทางผู้รับเหมากล่าวว่าจะไปชั่วกิโลก่อนว่ามีน้ำหนักมากขนาดไหนจึงสามารถจะเพิ่มราคาได้
ต่อมาตนเองทราบข่าวภายหลังว่า ผู้รับเหมารายดังกล่าว ได้มาดำเนินการตัดแท็งก์น้ำประปา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ผู้รับเหมาได้ดำเนินการตัดแท็งก์น้ำของหมู่ 1 และของหมู่ 3 เป็นจำนวน 2 แท็งก์ ต่อมามีผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับผู้รับเหมาที่ สภ.พระทองคำ โดยกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นในการกระทำดังกล่าวของผู้รับเหมา ในเรื่องนี้ตนเองยอมรับว่ามีการพูดคุยและเจรจาการขายแท็งก์น้ำของหมู่ 1 จริง แต่ไม่ตกลงการซื้อขายของแท็งก์น้ำหมู่ 3 แต่อย่างใด และยังไม่บอกให้ผู้รับเหมามาดำเนินการรื้อถอนเพราะต้องทำหนังสือตรวจสอบข้อมูลไปยังกรมทรัพยากรน้ำ ว่ามีการโอนแท็งก์น้ำ แห่งนี้ให้กับ อบต.หรือยังแต่การกระทำของผู้รับเหมาตนเองไม่รู้เรื่อง และขอปฎิเสธและจะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมารายนี้ในข้อหาลักทรัพย์และทำลายทรัพย์สินของทางราชการต่อไป