
ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ได้เดินทางเยี่ยมผู้ป่วยจากการปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, อาคารมหาวชิราลงกรณ์ และอาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ประจำเดือนเมษายน 2569

พร้อมกันนี้ ได้สอบถามอาการของกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยได้เข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและการปะทะที่เข้ารับการรักษาหลายราย ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในหอผู้ป่วยศัลยกรรมพิเศษและหอผู้ป่วยวิกฤต อาทิ ร้อยเอก ณัฐพล ทองแดง ร.2 พัน.1/กองทัพภาคที่ 1 มีภาวะติดเชื้อและลิ้นหัวใจอักเสบจากการปฏิบัติหน้าที่หน้าแนว, พลทหาร วันชัย รำไพพนา และพลทหาร จักรภัทร อันตะโก ร.16 พัน.1/กองทัพภาคที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดมีเลือดออกในสมอง รวมถึง พันโท อิทธิพงศ์ กิจค้า พัน.ซบร.กรม.สน. กองพลทหารราบที่ 11/กองทัพภาคที่ 1 และสิบเอก พรชัย บุญใส ร.2 พัน.1/กองทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดและยุทโธปกรณ์ทางทหาร




จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีกำลังพลเข้ารับการรักษา ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดและสะเก็ดระเบิด ส่งผลให้สูญเสียอวัยวะ แขน ขา หรือได้รับบาดเจ็บภายใน อาทิ จ่าสิบตรี สุจินต์ จิตกรียาน ช.พัน 8/กองทัพภาคที่ 3, สิบเอก นิติธรรม ศรีคำแซง ช.พัน 6/กองทัพภาคที่ 2, พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน ร.6 พัน 1/กองทัพภาคที่ 2 และจ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ร.16 พัน.1/กองทัพภาคที่ 2 รวมถึงกำลังพลอีกหลายราย
ต่อมา ได้เดินทางไปยัง อาคารมหาวชิราลงกรณ์ พบกำลังพล 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและการลอบวางระเบิด ส่งผลให้กระดูกหักและเอ็นฉีกขาด สำหรับการตรวจเยี่ยมผู้ป่วย ณ อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชั้น 4–5 มีกำลังพลอยู่ระหว่างการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลายราย อาทิ ผู้ที่ถูกยิงทะลุช่องอก บาดเจ็บกระดูกสันหลัง และได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดบริเวณศีรษะและลำตัว ซึ่งอยู่ในกระบวนการรักษาและกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำลังพลส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการปฎิบัติภารกิจในสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งจากแรงระเบิด การเหยียบทุ่นระเบิด การถูกยิง และเหตุจากยุทโธปกรณ์ โดยแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในการนี้ กองทัพบกและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในฐานะหน่วยให้การรักษา จะดำเนินการดูแลและติดตามอาการของกำลังพลอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลด้านสิทธิ สวัสดิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มที่ เพื่อให้กำลังพลสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการของกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
…………………………..
5 เมษายน 2569 แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก