ชาวบ้านร้องศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใช้งบ 1.8 ล้าน ก่อสร้างแต่กลับใช้งานไม่ได้ แถมกรรมการไม่ตรวจรับงาน ฟ้องร้องกับผู้รับเหมา แต่กับแพ้ต้องชดใช้ 2.35 ล้านบาท เจ้าพนักงานเทศบาลฯ เร่งหางบซ่อมแซมด่วน








นาง ดลธร ชอบสว่าง เจ้าหน้าที่กองคลังและพัสดุองค์การบริหารส่วนตำบลมาบกราด อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.มาบกราด ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2558 แต่ไม่สามารถใช้งานได้ และรกร้างมา
กว่า 11 ปี มีสาเหตุมาจากคณะกรรมการตรวจรับไม่เซ็นรับการก่อสร้างของผู้รับเหมารายหนึ่ง เพราะทางโยธาธิการของ อบต.อ้างว่าอาคารไม่ได้มาตรฐานการก่อสร้าง มีรอยยุบตัวของอาคารและรอยร้าว ทั่วทั้งอาคารทำให้ไม่สามารถให้เด็กนักเรียนเข้าก่อนวัยเรียนเข้ามาเรียนได้
นาง ดลธร ชอบสว่าง กล่าวต่ออีกว่า การก่อสร้างอาคารศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 1.8 ล้านบาท แต่เมื่อคณะกรรมการไม่สามารถตรวจรับได้ เพราะอาคารไม่มีความมั่นคงแข็งแรง ทำให้ผู้รับเหมาทำการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาบกราด สมัยนั้นได้มีการชะลอเพื่อรอผลการฟ้องร้องกันในชั้นศาลปกครอง ของจังหวัดนครราชสีมา ต่อมาทางศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมาตักสิน ปรากฎว่าทางผู้รับเหมา เป็นฝ่ายชนะคดี จนทำให้ทาง อบต.มาบกราด ต้องชดใช้เงินค่าก่อสร้าง จาก 1.8 ล้าน เป็นเงิน 2.35 ล้านบาทแทน เรื่องนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า คดีทำไมถึงแพ้คดีให้กับผู้รับเหมาได้ ทั้งๆที่งานไม่ได้มาตรฐานและปล่อยร้างใช้งานไม่ได้มากกว่า 10 ปี
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ครูพี่เลี้ยง นาง ชาลิน รอบพังเทียม ที่ดูแลเด็กๆ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบลมาบกราด ว่าปัจจุบันมีเด็กๆในการดูแลอยู่กว่า 40 คน มีครูพี่เลี้ยงคอยดูแล 3 อัตรา และอาศัยอาคารศาลาเอนกประสงค์ของ อบต.มาบกราด ที่มีอยู่ ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม ไม่ต่างจากอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแต่อย่างใด ดูแล้วน่าสงสารมาก ทางครูพี่เลี้ยงวอนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาบกราด คนใหม่ ช่วยหางบมาซ่อมแซมให้อาคารอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ เนื่องจากมี ฝ้าพุพัง ห้องน้ำก็ใช้การไม่ได้ แถมเด็กๆต้องทนร้อน อีกทั้งสวนสนุกเด็กเล็กมีสภาพทรุดโทรม ต้องใช้เต็นท์มากางใช้งานชั่วคราวไปก่อนดูแล้วสภาพอนาถใจมาก ครูพี่เลี้ยงกล่าว