
วิกฤตหนีซ่อนสู้เงียบกริ๊บกันทั้งโรงเรียน ชายคุ้มคลั่งถือปืนบุกยิง รปภ.เสียชีวิต จากนั้นคนร้ายถืออาวุธปืนเดินไล่เคาะตามประตูห้องนักเรียนทุกชั้น ทั้งครู นักเรียนต้องหาที่ซ่อนตัวให้มิดชิด สุดท้ายคนร้ายถูกตำรวจยิงด้วยอาวุธปืนซ็อตไฟฟ้า คนร้ายถูกจับกุมตัวเอาไว้ได้ ครูนักเรียนปลอดภัย เป็นการจำลองสถานการณ์เหมือนจริง ตามโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤต (หนี ซ่อน สู้ หรือ Run Hide Fight) และการหนีไฟ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์จริง

ที่โรงเรียนเทศบาล 2 วัดปราสาททอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤต (หนี ซ่อน สู้ หรือ Run Hide Fight) และการหนีไฟ โดยจัดให้มีการจำลองเหตุการณ์ ว่ามีชายนิรนามเดินเข้ามาในโรงเรียน รปภ.เห็นมีพิรุธจึงเข้าไปสอบถามว่ามาติดต่อธุระอะไร ชายดังกล่าวไม่พูดไม่จา กลับชักอาวุธปืนยิง รปภ. 1 นัด ทำให้ รปภ.ล้มลงเสียชีวิตทันที
ขณะที่ ดร.พรรณมาส พรมพิลา ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 วัดปราสาททอง เห็นเหตุการณ์ จึงรีบไปประกาศเสียงตามสายให้ครูและนักเรียน ปิดประตูล็อกห้องเรียนให้แน่นหนา พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้เข้ามาระงับเหตุอย่างเร่งด่วน และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที
ส่วนคนร้ายยังพยายามเดินถืออาวุธปืน ไปตามห้องพักครู ห้องเรียน และขึ้นไปบนตึกอาคารเรียน ทำให้โรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมกว่า 1,056 คน จากที่เคยมีเสียงการเรียนการสอน จนกระทั่งวันนี้มีเหตุร้าย มีชายคุ้มคลั่งยิง รปภ.แล้วยังไปเคาะประตูห้องเรียน นักเรียนหาที่ซ่อนตัว เพื่อไม่ให้คนร้ายเห็น

ขณะที่น้องกาฟิว นักเรียนชายชั้น ป.6/3 ได้ยินเสียงคนร้ายเดินเคาะประตูห้องเรียน ออกอาการหวาดกลัว แอบอยู่ในที่ซ่อนตัวไปด้วย ยกมือไหว้อยู่ตลอดเวลาขณะซ่อนอยู่ ทำให้สถานการณ์ช่วงนั้นทุกห้องเรียนเงียบกริบไปโดยปริยาย มีแต่เสียงของคนร้ายที่กำลังคุ้มคลั่ง เดินถืออาวุธปืนไล่เคาะตามประตูห้องนักเรียนทุกชั้น
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี หลังจากรับแจ้งเหตุจาก ผอ.โรงเรียน ตำรวจได้ระดมกำลังเข้ามาที่โรงเรียน พร้อมอาวุธครบมือและโล่กำบัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้สอบถามสถานการณ์ เพื่อจะประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะเข้าไปควบคุมสถานการณ์และงับเหตุตามยุทธวิธี เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ส่วนคนร้ายที่สวมบทบาทเป็นชายคุ้มคลั่งก่อเหตุยิง รปภ. ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ พ.ต.ท.ธวัช แสงสว่าง สารวัตรป้องกันปราบปราม (สวป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี) ทำหน้าที่งานชุมชนสัมพันธ์ สถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี แสดงเป็นคนร้ายได้สมบทบาท (เหมือนเป็นคนร้ายจริงๆ) ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ยุทธวิธีบุกระงับเหตุ โดยการใช้อาวุธปืนซ็อตไฟฟ้า ยิงสกัดคนร้ายเอาไว้ได้ คนร้ายถูกจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด คณะครูนักเรียนทุกคนปลอดภัย
จากนั้นได้จำลองเหตุการณ์ว่ามีเหตุไฟไหม้อาคารเรียน ครูต้องอพยพนักเรียนลงมาจากอาคารเรียนมาอยู่ที่สนามหน้าโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือจากสถานการณ์จริง

ด้าน ด.ช.กัปตัน นักเรียนชั้น ป.6 เล่าว่าตอนที่โจรไปเคาะประตูห้องเรียน รู้สึกกลัวและตกใจมากเลยครับ ก็เลยต้องอยู่นิ่งๆ เพราะว่าถ้าโจรเจอเดี๋ยวจะอันตรายนะครับ ซึ่งในการซ้อมแผนเหตุการณ์นี้ เวลมีสถานการณ์จริงจะได้ตั้งตัวทัน และต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา
ในการฝึกอบรมครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก ทีมวิทยากรจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี สำนักปลัดงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย กองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ (การจำลองสถานการณ์เผชิญเหตุ) โดยมีผู้เข้าร่วมรับการอบรมประกอบตัวหนักรียบชั้นอนุบาล จนถึงนักเรียนชั้นมัยมศึกษาปีที่ 3 และครู บุคลากร จำนานที่สิ้น 1,056 คน
เนื่องด้วยในสภาวการณ์ปัจจุบัน ปัญหาทางสังคมและปัญหายาเสพติด ปัญหาความรุนแรงส่งผลให้มีแนวโน้มการเกิดเหตุความไม่สงบ บุคคลคลุ้มคลั่ง หรือผู้นำอาวุธเข้ามาสร้างสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะสถานศึกษาที่เป้าหมายบ่อยครั้งขึ้นทุกวัน เหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและนำมาซึ่งควานสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน อย่างประเมินค่าไม่ได้
ทางโรงเรียนเทศบาล 2 วัดปราสาททอง ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของ นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤต (หนี ซ่อน สู้ หรือ Run Hide Fight) และการหนีไฟ 1. เพื่ออบรมให้ความรู้ความเข้าใจและทักษะที่ถูกต้องในการเอาตัวรอดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์กราดยิง (Active Shooter) หรือบุคคลคลุ้มคลั่ง อย่างมีสติ 2. เพื่อฝึกทักษะและการตัดสินใจ ตามหลักสากล “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ให้สามารถลดความกดดันและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีสติ 3. เพื่อป้องกันและลดความสูญเสีย ต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อาจจะเกิดขึ้น ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยร่วมกันในองค์กร และชุมชน
จากสถานการณ์ความรุนแรง หรือเหตุการณ์บุคคลคลุ้มคลั่ง ที่เกิดขึ้นตามสถานที่สาธารณะและสถานศึกษา เป็นภัยคุกคามที่ยากจะคาดเดาและสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทางเดียวที่จะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดได้ คือการมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งปฏิบัติตามหลักการเอาตัวรอดขั้นสากลได้อย่างถูกต้อง เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง เกี่ยวกับยุทธวิธี หนี (Run) เพื่อออกจากพื้นที่อันตราย วิธีการ ซ่อน (Hide)เพื่อหลบซ่อนให้พ้นสายตา และ สู้ (Fight) เป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อชีวิตตกอยู่ในอันตรายเฉพาะหน้า ทุกท่านจะตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการระงับสติอารมณ์ ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด และช่วยเหลือทั้งตนเองและผู้อื่นให้รอดพ้นจากวิกฤตได้รวมถึงการหนีไฟ ซึ่งทราบกันดีว่า อัคคีภัยเป็นอุบัติภัยที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล การเตรียมความพร้อม การสร้างความรู้ความเข้าใจ และการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียและป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
มงคล/ธนกฤต/รัตนา/นิกร/พงศกร สุพรรณบุรี
